เนื่องจากเว็บไซต์ของเราซึ่งเป็นเว็บไซต์รับออกแบบโลโก้และสื่อสิ่งพิมพ์สไตล์ลายไทยซะส่วนใหญ่ การใช้งานโทนสีทองที่ลูกค้าชื่อชอบมีมากมายหลายชิ้นงาน เราเลยคิดว่าในบทความนี้จะขอมาแนะนำโทนสีทองที่เหมาะสมกับงานออกแบบกราฟิก และงานออกแบบโลโก้กันซักหน่อยครับ ซึ่งในบทความนี้เราจะแนะนำการใช้งานโทนสีทองที่ได้รรับควาามนิยมส่วนใหญ่ของการที่เราเลือกนำมาใช้งานให้กับการออกแบบโลโก้และออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ให้กับลูกค้า สีทองเป็นสีที่ทรงพลังมากในงานออกแบบกราฟิก เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของความหรูหรา แต่เฉดสีทองที่ต่างกันเพียงเล็กน้อย สามารถเปลี่ยนอารมณ์ของงานจาก “คลาสสิกโบราณ” ให้กลายเป็น “ล้ำสมัย (Futuristic)” ได้ทันที เราจะเจาะลึก 5 กลุ่มโทนสีทองยอดนิยมในงานออกแบบ ทั้งในไทยและต่าางประเทศที่เป็นที่นิยมใช้งานกัน พร้อมค่าสี (HEX, RGB, CMYK) ที่ชัดเจนเผื่อใครอยากจะนำเอาไปใช้กับการออกแบบโลโก้ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ของตัวเองก็เอาไปสร้างสรรค์ผลงานกันได้ง่าย ๆ ตามอารมณ์ความรู้สึก และแนวทางการนำไปใช้งานให้เป๊ะที่สุดครับ
1. Classic Gold (ทองคลาสสิก / ทองฐานนิยม)
เป็นเฉดสีทองที่เราคุ้นเคยกันดีที่สุด โทนสีทองนี้เว็บไซต์ของเรานิยมใช้งานมากที่สุดเหตุผลเพราะให้ความรู้สึกเป็นกลาง ไม่สว่างเกินไปและไม่มืดเกินไป เลียนแบบสีของทองคำแท้บริสุทธิ์ โดยเวลาที่เราออกแบบเอามาสร้างงานอาจจะใส่ Volume เพิ่มเข้าไปไล่โทนเฉดสีให้มีน้ำหนักก็สามารถสร้างความแตกต่างให้เป็ฯเงาหรือแบบด้านได้อย่างดี
- ค่าสีสากล
- HEX:
#D4AF37 - RGB:
(212, 175, 55) - CMYK:
(18, 27, 84, 1)
- HEX:
- จิตวิทยาและความรู้สึก ความมั่งคั่ง ความสำเร็จ ความเป็นทางการ ความน่าเชื่อถือ และความเหนือกาลเวลา (Timeless)
- ความเหมาะสมในการใช้งาน เหมาะกับงานออกแบบอัตลักษณ์องค์กร (Corporate Identity) ใบประกาศนียบัตร โลโก้แบรนด์สินค้าพรีเมียม บรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง หรือสินค้าที่ต้องการเน้นประวัติศาสตร์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์
- คุณค่าในงานออกแบบ เป็นสีเซฟโซนที่เข้าได้กับหลายสี โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับสีน้ำเงินกรมท่า (Navy Blue) หรือสีดำ จะช่วยขับเน้นความหรูหราแบบภูมิฐานได้ดีที่สุด
2. Champagne Gold (ทองแชมเปญ / ทองอ่อนละมุน)
โทนสีทองสว่างที่มีการผสมผสานของสีครีม เบจ หรือมีความอมเขียว/อมเทาจาง ๆ เลียนแบบสีของไวน์ประกายระยิบระยับ โทนสีนี้เรานิยมใช้ในการออกแบบโลโก้ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์รืออกแบบฉลากมากเหมือนกัน โดยความนิยมใช้กับผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามเป็ฯส่วนใหญ่เพราะโทนสีสื่อถึงอารณ์ของผู้หญิงความสายงามได้อย่างมากครับ
- ค่าสีสากล
- HEX:
#E6CA97 - RGB:
(230, 202, 151) - CMYK:
(8, 16, 42, 0)
- HEX:
- จิตวิทยาและความรู้สึก ความประณีตอ่อนโยน ความโมเดิร์น ความสะอาดตา ความสง่างามแบบไม่ตะโกน (Understated Luxury) และความผ่อนคลาย
- ความเหมาะสมในการใช้งาน งานแต่งงาน (Wedding Design) ธุรกิจสปา โรงแรมระดับ 5 ดาว สินค้าสกินแคร์ออร์แกนิก และงานกราฟิกสไตล์มินิมอลที่ยังต้องการกลิ่นอายของความแพง
- คุณค่าในงานออกแบบ ลดความดุดันและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงได้ดีมาก เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความหรูหราแต่เข้าถึงง่าย ไม่ดูอวดร่ำอวดรวยจนเกินไป
3. Rose Gold (โรสโกลด์ / ทองชมพู)
การผสมผสานระหว่างสีทองและสีชมพูประกายทองแดง เป็นโทนสีที่ฮิตระเบิดในยุคโมเดิร์น โดยเฉพาะในวงการไอทีและแฟชั่นความงาม ไปได้ในหลายแนวทาง หลายครั้งเราก็ยังใช้กับงานแบรนด์สินค้าที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติได้ด้วย
- ค่าสีสากล
- HEX:
#B76E79 - RGB:
(183, 110, 121) - CMYK:
(23, 59, 41, 4)
- HEX:
- จิตวิทยาและความรู้สึก ความโรแมนติก ความทันสมัย แฟชั่น ความคิดสร้างสรรค์ ความอ่อนหวานที่มีระดับ และความมีชีวิตชีวา
- ความเหมาะสมในการใช้งาน แฟชั่นผู้หญิง บล็อกเกอร์บิวตี้ สินค้าไอที/แกดเจ็ต บรรจุภัณฑ์ขนมหวานระดับพรีเมียม และสื่อโฆษณาบนโซเชียลมีเดียที่เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z & Millennials)
- คุณค่าในงานออกแบบ ช่วยฉีกกฎความเชื่อเดิม ๆ ที่ว่าสีทองต้องดูแก่หรือโบราณ โรสโกลด์เติมความอ่อนเยาว์และมีความเป็นศิลปะสูงมาก
4. Antique Gold / Old Gold (ทองโบราณ / ทองหม่น)
โทนสีทองที่ลดความสว่างลง เพิ่มความอมน้ำตาล เขียวมะกอก หรือเทา เพื่อให้ดูเหมือนเนื้อทองคำที่ผ่านกาลเวลาและเกิดปฏิกิริยาเคมี เหมาะมาก ๆ กับการใช้ควบคู่กับงานออกแบบโลโก้ลายไทยที่มีเอกลักษณ์แบบดั่งเดิม โลโก้หรือสื่อสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวกับผลิตภัฑณ์สมุนไพร หรือรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่เน้นอยากให้สื่อถึงประวัติอันยาวนานและทรงคุณค่าของแบรด์ อีกทั้งยังสามารถสื่อได้ถึงความลึกลับชวนค้นหาได้อย่างดี
- ค่าสีสากล
- HEX:
#CFB53B(หรือเฉดเข้ม#867722) - RGB:
(207, 181, 59) - CMYK:
(22, 23, 86, 4)
- HEX:
- จิตวิทยาและความรู้สึก ความลึกลับ ความขลัง ความเป็นวินเทจ (Vintage) ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และความมั่นคงที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน
- ความเหมาะสมในการใช้งาน งานออกแบบปกหนังสือประวัติศาสตร์/นิยาย, โลโก้ร้านกาแฟสไตล์อินดัสเทรียล, ป้ายร้านเหล้า/คราฟต์เบียร์, งานออกแบบการ์ดเกมแนวแฟนตาซี และแบรนด์สินค้าแฮนด์เมด
- คุณค่าในงานออกแบบ ให้เรื่องราว (Storytelling) กับงานออกแบบได้ดีเยี่ยม ทำให้งานดูมี “น้ำหนัก” และมีคุณค่าทางวัฒนธรรม
5. Metallic / Bright Gold (ทองเมทัลลิก / ทองสว่างล้ำสมัย)
เป็นสีทองที่มีค่าความสว่างสูงและมีความอิ่มตัวของสี (Saturation) มาก มักใช้ร่วมกับเทคนิคไล่เฉดสี (Gradient) เพื่อเลียนแบบการสะท้อนของแสงไฟบนวัตถุเงางาม โทนสีทองนี้เราก็ใช้งานกับการออกแบบโลโก้ให้ลูกค้าเยอะเช่นกันครับ เพราะไม่เพียงแต่จะสามารถสื่อความหมายของลายเส้นไทยที่ประยุกต์สร้างขึ้นใหม่ให้ดูทันสมัย ยังเข้ากับแบรนด์หลาย ๆ ประเภทได้ลงตัว ทำให้สินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือแม้แต่ตราโลโก้บริษัท ที่ใช้โทนสีนี้ดูทรงคุณค่าขึ้นมาอย่างมาก
- ค่าสีสากล
- HEX:
#F9A602(หรือทองสว่างจัด#FFD700) - RGB:
(249, 166, 2) - CMYK:
(0, 37, 98, 0)
- HEX:
- จิตวิทยาและความรู้สึก ความตื่นเต้น พลังงาน ความล้ำยุค (Futuristic) ความเฉลียวฉลาด และความโดดเด่นสะดุดตา
- ความเหมาะสมในการใช้งาน งานกราฟิกสายสปอร์ต (เช่น โปสเตอร์การแข่งขันชิงแชมป์), หน้าจอ UI ของเกม, งานปาร์ตี้คอนเสิร์ต, และงานที่ต้องพิมพ์ลงบนสติกเกอร์ฟอยล์ทอง (Gold Foil Reflective)
- คุณค่าในงานออกแบบ เป็นสีที่เรียกร้องความสนใจ (Eye-catching) ได้ดีที่สุดในบรรดาสีทองทั้งหมด เหมาะมากกับการทำ Call-to-Action หรือจุดเด่นที่ต้องการให้คนหยุดดู
เทคนิคระดับมือโปร การใช้สีทองในงานกราฟิก และงานออกแบบโลโก้
กฎเหล็กของสี Flat สีทองเป็นสีที่ไม่สามารถแสดงความงามได้เต็มที่ด้วย “สีเดี่ยวแบบเรียบ ๆ (Flat Color)” บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพราะในความเป็นจริง สีทองสวยด้วย แสงและเงา ส่วนใหญ่เราใช้สื่อถึงความรู้สึกให้เกิดความด้านเหมือนสีทองด้าน ๆ ครับ สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย และดูทันสมัยขึ้นเป็นกอง ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้สีโทนไหนก็ตาม ถ้าใช้สไตล์ Flat มันจะให้ความรู้สึกถึงความทันสมัยสมัยใหม่ โมเดิร์นได้ทันที
- ใช้ Gradient เสมอ: หากออกแบบงานดิจิทัล ให้ใช้การไล่เฉดสี (Gradient) โดยผสมระหว่างทองเข้ม ทองสว่าง และสีเบจ เพื่อสร้างมิติการสะท้อนแสง เพื่อให้เกิดความรู้สึกมันวาว มีมิติที่สวยงาม ดูสมจริง
- เลือกพื้นหลังให้ถูก: สีทองจะทรงพลังที่สุดเมื่ออยู่บนพื้นหลัง สีเข้ม (เช่น ดำ, น้ำเงินกรมท่า, เขียวมรกต, หรือแดงไวน์) และจะดูสะอาดตาเมื่ออยู่บนพื้นหลัง สีขาว/เทาอ่อน หลายครั้งเราใส่พื้นหลังที่เข้ม ดำ โลโก้ของเราที่มีโทนสีนี้จะดูเป็นอมตะคลาสสิกทันที
- ระวังเรื่องระบบพิมพ์ (CMYK): สีทองบนหน้าจอ (RGB) มักจะดูสวยกว่าตอนพิมพ์ออกมา หากต้องการงานพิมพ์ที่หรูหราจริง ๆ ควรคุยกับโรงพิมพ์เพื่อใช้ หมวดสีพิเศษ (Pantone Gold) หรือใช้เทคนิค ปั๊มฟอยล์ทอง (Hot Stamping) แทนการพิมพ์สี CMYK ปกติครับ
อิทธิพลที่มาของโทนสีทองที่ใช้ในศิลปะและงานออกแบบกราฟิก ออกแบบโลโก้ไทย
ทีนี้เรามาดูโทนสีอีกหนึ่งกลุ่มที่เป็นที่นิยมในการออกแบบกราฟิกออกแบบโลโก้สื่อสิ่งพิมพ์ในประเทศไทยเรา เหมือนเป็นโทนสีที่ถูกจัดขึ้นมาอย่างมีประวัติมาแต่ดั่งแต่เดิม จนถูกใส่มาเป็นภาพลักษณ์ของการจดจำถึงการแสดงผลทางเอกลัษณ์ที่สื่อถึงหลาย ๆ สิ่งในไทย ทั้งในชีวิตประจำวัน ตามประเพณี ธรรมเนียมการใช้งานต่าง ๆ ในบ้านเราที่เป็นที่คุ้นเคยกันอย่างดี จนหลายครั้งเราเคยชินกับโทนสีนี้ไปแล้วและไม่ได้ดูเป็นอะไรที่หวือหวา เพราะเราจะสามารถพบเห็นได้ตลอดในชีวิตประจำวันของเราเลยทีเดียว
ในประเทศไทยมีการกำหนดลักษณะโทนสีทองในเชิงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ไว้อย่างชัดเจน โดยส่วนใหญ่สืบทอดมาจาก “สีไทยโทน (Thaitone)” ซึ่งเป็นการรวบรวมภูมิปัญญาช่างสิบหมู่และงานจิตรกรรมไทยโบราณ รวมถึงในแง่ของจิตวิทยาความรู้สึกที่ผูกโยงกับศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และศิลปะชั้นสูง โทนสีทองที่ถูกระบุและนิยมใช้ในงานออกแบบอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างเป็นทางการ มี 3 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้ครับ
1. สีทองดอกบวบ (Bright Thai Gold / บวบทอง)
เป็นสีที่คนไทยโบราณใช้เรียกทองคำที่มีความบริสุทธิ์สูง (เช่น ทองเนื้อเก้า หรือทองนพคุณ) สีจะเหลืองอมส้มสุกสว่างสดใส เหมือนดอกบวบที่กำลังบานเต็มที่ เป็นโทนสีทองหลักที่ปรากฏบนยอดฉัตร พระพุทธรูป และจิตรกรรมฝาผนัง
- ค่าสีประมาณการ (ไทยโทน)
- HEX:
#E5A93Bหรือ#F1B336 - RGB:
(229, 169, 59) - CMYK:
(10, 35, 85, 0)
- HEX:
- จิตวิทยาและความรู้สึก ความศักดิ์สิทธิ์ ความเป็นสิริมงคลสูงสุด พลังแห่งบุญบารมี แสงสว่างแห่งปัญญา และความเจริญรุ่งเรืองแบบไม่มีที่สิ้นสุด
- ความเหมาะสมในการใช้งาน เหมาะอย่างยิ่งกับงานออกแบบที่ต้องการประกาศตัวตนความเป็น “ไทยแท้” ระดับสูง เช่น โลโก้แบรนด์เครื่องเบญจรงค์, บรรจุภัณฑ์ข้าวไทยเกรดส่งออก, งานออกแบบผ้าไหมไทย, และแบรนด์อาหารไทยระดับ Fine Dining (เช่น การทำอัตลักษณ์ให้ร้านสำรับไทย หรือครัวรักษ์ไทย)
- คุณค่าในงานออกแบบ เป็นสีที่สื่อถึงความประณีตชั้นสูง เมื่อนำไปทำเอฟเฟกต์ไล่เฉด (Gradient) ร่วมกับสีเหลืองนวล จะได้มิติเหมือนแผ่นทองคำเปลวที่ปิดบนองค์พระพุทธรูป
2. สีหรดาล (Orpiment Gold / ทองเหลืองหรดาล)
ในอดีตช่างไทยได้สีนี้มาจาก “แร่หรดาล” (สารประกอบซัลไฟด์ของสารหนู) นำมาบดเพื่อใช้เป็นแม่สีเหลืองทองที่สำคัญที่สุดในงานช่างสิบหมู่ โดยเฉพาะการเขียน “ลายรดน้ำ” (Gold Leaf Lacquer) และการจารอักษรลงบนสมุดไทยดำ
- ค่าสีประมาณการ (ไทยโทน)
- HEX:
#D1A231 - RGB:
(209, 162, 49) - CMYK:
(18, 33, 88, 2)
- HEX:
- จิตวิทยาและความรู้สึก ความขลัง ความเป็นอมตะ กลิ่นอายของประวัติศาสตร์ ความเก่าแก่ที่มีคุณค่า และความสุขุมนุ่มลึก
- ความเหมาะสมในการใช้งาน งานสถาปัตยกรรมไทย, การออกแบบตกแต่งภายในโรงแรมสไตล์ล้านนาหรือรัตนโกสินทร์, โลโก้สถาบันวัฒนธรรม, และบรรจุภัณฑ์สปาไทยที่ต้องการเน้นส่วนผสมจากสมุนไพรดั้งเดิม
- คุณค่าในงานออกแบบ สีหรดาลจะมีเนื้อสีที่หม่นและอมเขียว/น้ำตาลมากกว่าสีทองดอกบวบเล็กน้อย ทำให้เมื่อจับคู่กับพื้นหลัง สีดำชาด (Charcoal/Pitch Black) หรือ สีแดงชาด (Vermilion) จะขับเน้นให้ลายเส้นกราฟิกหรือลวดลายกนกดู “ลอย” เด่นขึ้นมาอย่างมีมิติและดูศักดิ์สิทธิ์มาก
3. สีทองคำเปลว / ทองเนื้อเก้า (Gold Leaf / นพคุณ)
เป็นสีทองที่ลอกเลียนลักษณะทางกายภาพของ “แผ่นทองคำเปลว” ที่ผ่านการตีจนบางเฉียบ โทนนี้จะไม่ใช่สีเดี่ยวแบบ Flat แต่เป็นสีทองที่มีลักษณะตื้นลึกหนาบาง มีรอยยับ และการสะท้อนแสงที่ไม่สม่ำเสมอเมื่อปิดลงบนวัตถุ
- ค่าสีสากลที่อนุโลมใช้ในไทย (เทียบเคียงอัตลักษณ์องค์กรภาครัฐ)
- HEX:
#C59B27ถึง#E2B636 - RGB:
(197, 155, 39) - CMYK:
(20, 35, 90, 5)
- HEX:
- จิตวิทยาและความรู้สึก: ความศรัทธา ความประณีตด้วยฝีมือมนุษย์ (Craftsmanship) ความร่ำรวยปาฏิหาริย์ และความพยายามที่ประสบความสำเร็จ
- ความเหมาะสมในการใช้งาน: ตราสัญลักษณ์หน่วยงานราชการไทย, นามบัตรของผู้บริหารระดับสูง, ใบประกาศเกียรติคุณ, และหนังสืออนุสรณ์งานสำคัญต่าง ๆ
- คุณค่าในงานออกแบบ: เป็นสีที่แสดงถึงความเคารพบูชาและการยกย่องขั้นสูงสุดในวัฒนธรรมไทย
ข้อควรระวังในการใช้ “สีทองไทย” บนงานกราฟิก ออกแบบโลโก้ยุคใหม่
เทคนิค “ลดขนาด 50%”: ลวดลายไทยหรือตัวอักษรสีทองบวบ/หรดาล มีความอิ่มตัวของสีสูงมาก หากใช้ในขนาดที่ใหญ่เกินไป งานอาจจะดู “ทึบและหนัก” จนขาดความโมเดิร์น นักออกแบบยุคใหม่นิยมใช้ลวดลายไทยสีทองในขนาดที่เล็กลงครึ่งหนึ่ง (หรือลดความหนาของเส้นลง 50%) แล้วปล่อยให้พื้นที่ว่าง (White Space) ช่วยทำงาน จะช่วยให้งานดู Luxury และมีความเป็น Minimalist ร่วมสมัยมากขึ้นครับ
- การพิมพ์บนกระดาษ: หากพิมพ์ด้วยระบบ CMYK ธรรมดา สีทองไทยมักจะกลายเป็น “สีเหลืองขี้ม้า” หรือ “สีส้มหม่น” แนะนำให้ใช้ Pantone 872C หรือ 873C (Metallic Gold) หรือใช้การพิมพ์ฟอยล์ร้อน (Hot Stamping Foil) เพื่อคงคุณค่าของประกายทองคำแท้เอาไว้
สรุปแบบย่อสำหรับการเลือกโทนสีทองในงานออกแบบโลโก้ให้เหมาะสมกับธุรกิจ
การเลือกโทนสีทองที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโลโก้นั้นขึ้นอยู่กับ ภาพลักษณ์ที่ต้องการสื่อ และ กลุ่มเป้าหมาย ของแบรนด์คุณครับ การตั้งคอนเซ็ปต์ในการออกแบบโลโก้เริ่มต้นจากความต้องการของลูกค้าเจ้าของแบรนด์เป็นพื้นฐานสำคัญ เพราะฉะนั้น ลูกค้าจะต้องตอบโจทย์ของตัวเองให้ได้ก่อนว่า โลโก้ของคุณเป็นรูปแบบสไตล์ไหน โทยโมเดิร์น หรือไทยคลาสสิกดั่งเดิม ซึ่งรูปแบบสไตล์นี้ อาจจะมีความสอดคล้องให้เข้ากับรูปแบบธุรกิจก็ได้ หรือจะตั้งเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่เลยก็ได้ครับ เช่น ถ้าธุรกิจของคุณเป็นร้านเช่าพระเครื่อง หรือร้านขายเครื่องสัฆทาน คุณไม่จำเป็นต้องใช้โลโก้ลายไทยดั่งเดิมก็ได้ อาจจะเป็นแนวโลโก้ลายไทยโมเดิร์นที่ให้ดูฉีกทันสมัย แต่ยังต้องการให้คงความเป็นเอกลักษณ์ไทยเอาไว้ได้อยู่ ก็สามารถทำได้ครับ และเสริมความรู้สึกของสไตล์นั้นไปด้วยโทนสีที่เข้ากัน โดยเราสรุปแนวทางสั้น ๆ ให้ได้ 3 หัวข้อครับดังนี้
- Classic Gold (ทองคลาสสิก / ทองฐานนิยม)
- เหมาะสำหรับ: ธุรกิจที่ต้องการสื่อถึงความน่าเชื่อถือ ความมั่งคั่งแบบดั้งเดิม และความสำเร็จอย่างเป็นทางการ เช่น สถาบันการเงิน หรือ แบรนด์สินค้าระดับพรีเมียมที่มีประวัติยาวนาน
- จิตวิทยา: ความเป็นมืออาชีพ ความเป็นนิรันดร์ (Timeless)
- Champagne Gold (ทองแชมเปญ / ทองอ่อนละมุน)
- เหมาะสำหรับ: ธุรกิจที่ต้องการความหรูหราแบบประณีต ทันสมัย และเข้าถึงง่าย ไม่ดูอวดร่ำอวดรวยจนเกินไป เช่น โรงแรมระดับ 5 ดาว, แบรนด์สกินแคร์/เครื่องสำอาง และ งานแต่งงาน (Wedding Design)
- จิตวิทยา: ความอ่อนนุ่ม ความสดชื่น และความเรียบง่ายอย่างมีระดับ (Sophisticated)
- Antique Gold / Old Gold (ทองโบราณ / ทองหม่น)
- เหมาะสำหรับ: ธุรกิจที่ต้องการสื่อถึงเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และความเก่าแก่ที่มีคุณค่า เช่น แบรนด์ไวน์/เหล้า, ร้านอาหารสไตล์วินเทจ หรือ แบรนด์งานคราฟต์แฮนด์เมด
- จิตวิทยา: ความขลัง ความมีน้ำหนัก และความคิดสร้างสรรค์แบบศิลปะ
การจะเลือกใส่โทนสีทองแบบไหนโดยตรงขึ้นอยู่กับการพิจรณาของความต้องการของลูกค้าเจ้าของแบรนด์นั้น 50% ที่เหลือคือนักออกแบบ Designer ที่ทำการออกแบบโลโก้นั้นจะช่วยคุณได้เองตามหลักการและเทคนิคต่าง ๆ นานา เพื่อให้โลโก้สินค้า แบรนด์ของคุณมีความหมายมีภาลักษณ์ มีคุณค่า Value ได้มากยิ่งขึ้น แต่ถ้าหากคุณยังไม่ได้ข้อสรุปรือมีแค่ไอเดียเริ่มต้นคร่าว ๆ และไม่สามารถตัดสินใจได้ เราแนะนำ ให้ลองใช้บริการออกแบบโลโก้กับเราดูครับ เพราะเรามีประสบการณ์ในการทำงานออกแบบโลโก้ ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ และอืน ๆ อีกมากมายมาอย่างโชกโชน เราสามารถช่วยคุณในเรื่องของไอเดียแนวทาง รูปแบบและแนะนำความเหมาะสมในด้านงานออกแบบดีไซน์ให้คุณได้อย่างที่ต้องประหลาดใจอย่างแน่นอน เพียงแค่ติดต่อเราได้ครับ 😊











